|
เวลาคนทำธุรกิจเริ่มมองหาเงินทุน ไม่ว่าจะเป็น สินเชื่อsme, การ กู้sme, หรือแม้แต่การมองหา สินเชื่อเงินกู้ สักก้อน สิ่งที่หลายคนคิดถึงก่อนมักเป็นเรื่องวงเงิน ดอกเบี้ย หรือเอกสารต้องใช้กี่ใบ แต่พอผมไปอ่านบทความหลักแล้ว สิ่งที่สะดุดที่สุดกลับเป็นอีกเรื่องหนึ่ง คือ “บัญชีของธุรกิจน่าเชื่อถือพอหรือยัง” เพราะในโลกจริง ธนาคารไม่ได้ดูแค่ยอดขาย หรือดูแค่ว่ามีเอกสารครบไหม เขาดูด้วยว่าตัวเลขทั้งหมดในบัญชีและงบการเงินกำลังเล่าเรื่องเดียวกันหรือเปล่า ถ้าอ่านแล้วเห็นภาพธุรกิจชัด เห็นเงินเข้าออกจริง และตรวจสอบย้อนหลังได้ โอกาสขอ สินเชื่อเพื่อธุรกิจขนาดเล็กไม่มีหลักประกัน ก็จะต่างจากเดิมพอสมควร
บทความหลักสรุปแกนนี้ไว้ชัดมากว่า บัญชีที่สะอาด อ่านง่าย และสอดคล้องกับธุรกรรมจริง ส่งผลโดยตรงต่อทั้ง “โอกาสอนุมัติ” และ “เงื่อนไขที่ดีกว่า” เพราะผู้ให้กู้จะมองเห็นกระแสเงินสดจริง ลดเวลาตรวจสอบ และเชื่อมั่นในธุรกิจมากขึ้น ตรงนี้ผมเห็นด้วยมาก เพราะถ้าคิดในมุมธนาคาร เขาไม่ได้กลัวธุรกิจตัวเล็กเท่ากลัวธุรกิจที่ตัวเลขเล่าไม่จบมากกว่า ธุรกิจเล็กที่บัญชีชัด อาจดูน่าเชื่อถือกว่าธุรกิจที่ยอดขายสูงแต่เงินวิ่งกระจัดกระจายก็ได้
ยิ่งดูจากบริบทตอนนี้ เรื่องนี้ยิ่งไม่ใช่เรื่องเล็ก ธนาคารแห่งประเทศไทยอธิบายว่าเหตุสำคัญที่ทำให้ SMEs เข้าถึงสินเชื่อยาก ยังมีเรื่องข้อมูลประวัติทางการเงินไม่เพียงพอในการประเมินความเสี่ยงและความสามารถในการชำระหนี้ รวมถึงความเสี่ยงเครดิตที่สูงและหลักประกันที่ไม่พอ ขณะเดียวกัน ภาพรวมสินเชื่อ SME ก็หดตัวต่อเนื่องถึง 13 ไตรมาส จนภาครัฐและ ธปท. ต้องเดินหน้าโครงการ SMEs Credit Boost เพื่อช่วยเพิ่มโอกาสเข้าถึงแหล่งทุนมากขึ้น นี่แปลว่าในวันที่ระบบการเงินระวังตัวมากขึ้น ธุรกิจที่มีบัญชีน่าเชื่อถือจะยิ่งได้เปรียบมากกว่าเดิมชัดเจน
เหตุผลข้อแรกที่การทำบัญชีดีสำคัญมาก คือมันทำให้ธนาคาร “เห็นกระแสเงินสดจริง” ไม่ใช่เดาจากคำอธิบายลอย ๆ บทความหลักย้ำว่าถ้ารายรับรายจ่ายเรียงเป็นเดือน อ่านต่อกันได้ และสอดคล้องกับ statement ภาษี และธุรกรรมจริง ผู้พิจารณาจะประเมินได้เร็วขึ้นว่าธุรกิจนี้จ่ายงวดไหวหรือไม่ ในความเห็นผม นี่คือจุดต่างระหว่างคำว่า “ขายดี” กับคำว่า “กู้ผ่าน” เพราะสองอย่างนี้ไม่เหมือนกันเลย ร้านหนึ่งอาจขายดีมาก แต่ถ้ารายได้เข้าหลายบัญชี มีเงินสดนอกระบบเยอะ หรือไม่มีหลักฐานต่อเนื่อง ธนาคารก็ยังมองไม่เห็นความสามารถชำระหนี้อยู่ดี ดังนั้นบัญชีที่ดีจึงไม่ใช่เรื่องสวยงามทางเอกสาร แต่คือการทำให้เงินของธุรกิจ “พิสูจน์ตัวเองได้” มากกว่า
เหตุผลข้อที่สองคือ บัญชีที่น่าเชื่อถือช่วยให้กระบวนการขอ สินเชื่อเงินกู้ เดินเร็วขึ้น บทความหลักพูดตรงมากว่า เมื่อเลขใน statement ภาษี และเอกสารอื่นตรงกัน คำถามซ้ำจะน้อยลง การขอเอกสารเพิ่มก็ลดลง และโอกาสที่คำขอจะถูกอ่านเร็วขึ้นก็มีมากขึ้น ผมว่าข้อนี้สำคัญมากสำหรับเจ้าของกิจการ เพราะหลายครั้งเราเข้าใจว่าการอนุมัติช้าเป็นเพราะธนาคารเรื่องมาก แต่ในหลายกรณี ความช้าเกิดจากข้อมูลที่ยังเล่าไม่ครบมากกว่า ถ้าธุรกิจมีบัญชีบริษัทที่ดี รายการรับจ่ายเป็นระบบ และแยกส่วนตัวออกจากธุรกิจชัดเจน คำขอจะดู “อ่านง่าย” ขึ้นทันที ซึ่งสำหรับคนทำธุรกิจ คำว่าอ่านง่ายบางครั้งมีค่ามากกว่าคำว่าเอกสารน้อยเสียอีก
เหตุผลข้อที่สามคือ บัญชีที่ดีไม่ได้ช่วยแค่ “ให้ผ่าน” แต่ช่วยให้มีสิทธิ์ได้เงื่อนไขดีกว่าด้วย บทความหลักระบุชัดว่า งบที่แข็งแรงสามารถช่วยต่อรองเรื่องวงเงิน อัตราดอกเบี้ย หรือเงื่อนไขการชำระที่เหมาะสมขึ้นได้ ซึ่งผมมองว่าคนทำธุรกิจหลายคนยังมองข้าม เพราะมัวโฟกัสกับคำว่าอนุมัติไว หรือไปไกลถึงขั้นมองหา สินเชื่อเงินด่วน ก่อนจะถามว่าเงินก้อนนั้นแพงเกินไปไหม แต่ในโลกจริง การได้วงเงินที่พอดี ดอกเบี้ยสมเหตุสมผล และงวดที่ไม่กดกระแสเงินสด อาจมีค่ากว่าการได้เงินเร็วแต่ต้องแบกต้นทุนสูงระยะยาวมาก ธปท. เองก็ทำพื้นที่กลางเพื่อให้ผู้ประกอบการเปรียบเทียบผลิตภัณฑ์ทางการเงิน SME ได้อย่างเป็นระบบ ซึ่งยิ่งสะท้อนว่าการเลือกสินเชื่อควรมองทั้งต้นทุนและความเหมาะกับธุรกิจ ไม่ใช่ดูแค่ว่าใครตอบกลับเร็วที่สุด
อีกเหตุผลที่ผมว่าคนทำธุรกิจควรให้ความสำคัญ คือบัญชีที่น่าเชื่อถือช่วยให้การ “ขอรอบต่อไป” ง่ายขึ้น บทความหลักบอกไว้ชัดว่า ถ้าวันหนึ่งธุรกิจต้องขอวงเงินเพิ่ม หรือจะเปลี่ยนไปใช้ผลิตภัณฑ์ใหม่ การมีฐานข้อมูลย้อนหลังที่เชื่อถือได้จะเป็นแต้มต่อมาก เพราะมันทำให้ผู้ให้กู้เห็นพัฒนาการของธุรกิจจริง ไม่ใช่ดูแค่ภาพชั่วคราวตอนมายื่นกู้รอบนี้ ผมว่ามุมนี้สำคัญมากสำหรับคนที่ไม่ได้ต้องการแค่ สินเชื่อsme รอบเดียว แต่กำลังวางแผนให้ธุรกิจโตต่อในอนาคต เพราะเครดิตทางบัญชีที่สะสมไว้ดี จะกลายเป็นเหมือนประวัติการทำงานของกิจการเอง
อีกด้านหนึ่งที่หลายคนมองว่าเป็นเรื่องรอง แต่จริง ๆ กระทบการขอทุนมาก คือเรื่องภาษีและ compliance บทความหลักเตือนว่าบัญชีโปร่งใสช่วยลดความเสี่ยงที่จะ “สะดุด” ระหว่างพิจารณา เพราะตัวเลขไม่ขัดกันเอง และลดโอกาสเกิดคำถามว่าธุรกิจมีรายได้จริงเท่าไรกันแน่ ผมมองว่าข้อนี้เชื่อมกับความเป็นมืออาชีพโดยตรง ธนาคารไม่ได้ต้องการแค่ธุรกิจที่ขายของได้ เขาต้องการธุรกิจที่บริหารเงินเป็นด้วย ดังนั้นการแยกบัญชีส่วนตัวกับบัญชีธุรกิจให้ชัด จัดระบบรายรับรายจ่ายให้เป็นหมวด และทำงบให้โยงกับชีวิตจริงของร้านได้ จึงไม่ใช่แค่เรื่องบัญชี แต่เป็นเรื่อง “ภาพลักษณ์ความน่าเชื่อถือ” ของกิจการในสายตาผู้ให้กู้
ในความเห็นผม ประโยคที่คมที่สุดจากบทความหลักคือ บัญชีที่ดีไม่ได้แปลว่า “ตัวเลขสวย” เสมอไป แต่แปลว่า “ตัวเลขอธิบายได้” มากกว่า ตรงนี้จริงมาก เพราะบางร้านอาจไม่ได้กำไรสูงทุกเดือน บางช่วงยอดตกเพราะฤดูกาล บางครั้งต้องสต็อกของก่อนขาย หรือมีค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่ชั่วคราว สิ่งเหล่านี้ไม่ได้ทำให้ธุรกิจดูแย่ ถ้าอธิบายได้และมีหลักฐานรองรับ ปัญหาจริงไม่ใช่ตัวเลขขึ้นลง แต่คือการปล่อยให้ตัวเลขขึ้นลงแบบไม่มีเรื่องเล่า นี่แหละที่ทำให้ธนาคารลังเล และนี่เองคือเหตุผลว่าทำไมการจัดทำบัญชีให้ดีจึงเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับ “ความไว้วางใจ” มากพอ ๆ กับเรื่องตัวเงิน
สุดท้ายแล้ว ถ้าคุณกำลังมองหา สินเชื่อเพื่อธุรกิจขนาดเล็ก, กำลังวางแผน กู้sme, หรือชั่งใจว่าจะเลือกแหล่งเงินแบบไหน ผมว่าอย่าเพิ่งเริ่มจากการถามว่าใครอนุมัติไวที่สุด หรือเผลอวิ่งไปหา สินเชื่อเงินด่วน ก่อนตั้งหลัก เพราะบางครั้งสิ่งที่ทำให้คำขอของคุณแข็งแรงขึ้น ไม่ใช่การหาผู้ให้กู้รายใหม่ แต่คือการทำให้ “บัญชีของธุรกิจ” น่าเชื่อถือขึ้นก่อน และแน่นอนว่าถ้าจะเลือกผู้ให้บริการทางการเงิน ก็ควรตรวจสอบความเป็น สินเชื่อถูกกฎหมาย ผ่านช่องทางของ ธปท. ด้วย เพื่อไม่ให้ความรีบกลายเป็นความเสี่ยงของธุรกิจเอง
ถ้าอยากเห็นภาพต้นทางของประเด็นนี้แบบชัดและตรงจุด แนะนำให้ตามไปอ่านบทความหลักต่อครับ เพราะหัวข้อ “ทำไม ‘จัดทำบัญชีให้ดีและน่าเชื่อถือ’ ถึงสำคัญต่อการขอสินเชื่อ SME” ในบทความนั้นวางแกนไว้ดีมาก และอ่านแล้วจะเข้าใจเลยว่า สิ่งที่ทำให้ขอ สินเชื่อsme มีโอกาสผ่านมากขึ้น บางครั้งไม่ใช่การพูดให้เก่งขึ้น แต่คือการทำให้ตัวเลขของธุรกิจ “พูดแทนเรา” ได้อย่างน่าเชื่อถือต่างหาก |